การเพาะพันธุ์ปลาบู่
บทความ > การเลี้ยงปลาน้ำจืด > ปลาบู่
การเพาะพันธุ์ปลาบู่
1. การฉีดฮอร์โมน การเพาะพันธุ์ปลาบู่เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 โดยนำปลาบู่เพศผู้ที่มีน้ำหนัก 168 และ 170 กรัม เพศเมีย 196 กรัม 202 กรัม มาทำการฉีดฮอร์โมนเพียงครั้งเดียวด้วยต่อมใต้สมองของปลาไนขนาด 1,500 กรัมร่วมกับครอริโอนิค โกนาโดโทรฟิน (Chorionic Gonadotropin C.G.) จำนวน 250 หน่วยมาตรฐาน (International Unit I.U.) ฉีดเข้าตัวปลาโดยเฉลี่ยตัวละ 62.5 หน่วยมาตรฐาน หลังจากฉีดฮอร์โมน นำพ่อแม่พันธุ์ลงไปปล่อยลงในบ่อซีเมนต์ขนาด 2x3 เมตร น้ำลึก 75 เซนติเมตร และใช้ทางมะพร้าวเป็นวัสดุให้แม่ปลาบู่วางไข่ ปรากฏว่าแม่ปลาที่มีน้ำหนัก 202 กรัม วางไข่ประมาณ 10,000 ฟอง มีอัตราการฟัก 90 เปอร์เซ็นต์
2. วิธีการเลียนแบบธรรมชาติ หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาบู่ได้ 3 วัน ปักกระเบื้องแผ่นเรียบขนาด 40x60 เซนติเมตร หรือวัสดุอื่นที่หาง่ายต่อการโยกย้ายลำเลียง เพื่อให้ปลาบู่วางไข่ นำแผ่นกระเบื้องเหล่านี้วางตามจุดต่างๆรอบบ่อ แต่ละจุดปักเป็นกระโจมสามเหลี่ยมและหันหน้าด้านที่ขรุขระไว้ด้านใน โดยปักด้านกว้างลงในดินก้นบ่อ พร้อมทั้งทำเครื่องหมายปักหลักไม้ไว้แสดงบริเวณที่ปักกระเบื้องเพื่อสะดวกในการเก็บรังไข่ ในตอนเย็นถึงตอนเช้าปลาบู่ส่วนมากจะเริ่มทำการวางไข่ผสมพันธุ์ที่กระเบื้อง รังไข่ปลาบู่จะเป็นรูปวงรี ลักษณะไข่ปลาบู่เป็นรูปหยดน้ำ สีใส ด้านแหลมของไข่มีกากธรรมชาติอยู่เพื่อใช้ในการยึดไข่ การลำเลียงไข่ปลาบู่ควรให้แผ่นกระเบื้องที่มีไข่ปลาแช่น้ำอยู่ตลอด
เวลา ข้อควรระวังในการเก็บไข่ขึ้นมาฟัก หากกระเบื้องที่มีไข่ปลาติดอยู่ ต้องนำไปฟักทันที เพราะถ้านำลงไปปักไว้ที่เดิม พ่อแม่ปลาที่เฝ้าอยู่จะกินไข่หมด
การฟักไข่ การฟักไข่ปลาบู่ทำในตู้กระจกขนาดกว้าง 47 เซนติเมตร ยาว 77 เซนติเมตร ลึก 60 เซนติเมตร โดยใส่น้ำลึก 47-50 เซนติเมตร ก่อนนำรังไข่มาฟักต้องฆ่าเชื้อโดยมาลาไคท์กรีนชนิดปราศจากสังกะสี ความเข้มข้น 1 พีพีเอ็ม โดยใช้วิธีจุ่ม การฟักไข่ต้องให้อากาศตลอดเวลา ตู้กระจกขนาดดังกล่าว 1 ตู้ ใช้ฟักรังไข่ปลาบู่ 4 รัง เมื่อไข่ฟักเป็นตัวจนหนาแน่นตู้กระจก ก็รวบรวมลูกปลาไปอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาด 6 ตารางเมตร เนื่องจากไข่ปลาฟักเป็นตัวไม่พร้อมกัน จึงจำเป็นต้องคอยย้ายรังไข่ออกไปฟักในตู้กระจกอื่นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะฟักเป็นตัวหมด เพื่อป้องกันการเน่าเสียของน้ำในตู้กระจกอันเนื่องมาจากของเสีย โดยปกติไข่ปลาจะใช้เวลาฟักออกมาเป็นตัวทั้งรังประมาณ 3-5 วัน
การอนุบาลลูกปลาบู่
การอนุบาลลูกปลาบู่แบ่งตามอายุของลูกปลาเป็น 3 ระยะคือ
1. การอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาดเล็ก
2. การอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่
3. การอนุบาลในบ่อขนาดใหญ่หรือบ่อดิน
1. การอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาดเล็ก การอนุบาลช่วงนี้สำคัญ ในการเพาะขยายพันธุ์ การอนุบาลลูกปลาให้ได้ในอัตราการรอดตายต่ำหรือสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 4 ประการคือ อัตราการปล่อย, การจัดการน้ำในการอนุบาล, การให้อาหารชนิดอาหาร และการให้อาหาร
1.1 อัตราการปล่อยปลาบู่วัยอ่อน ควรปล่อยในอัตรา 20,000 ตัวต่อ 6 ตารางเมตร หรือปริมาณ 3,300 ตัวต่อตารางเมตร
1.2 การจัดการน้ำในอนุบาล เนื่องจากลูกปลาบู่วัยอ่อนมีขนาดเล็กมาก และบอบช้ำได้ง่าย ดังนั้นการจัดการระบบน้ำต้องทำอย่างนุ่มนวล เพื่อไม่ให้ลูกปลาบอบช้ำ ในการอนุบาลวันแรกควรเติมน้ำโดยผ่านการกรองผ่านผ้าโอล่อนแก้วให้ได้ระดับน้ำเฉลี่ย 20-25 เซนติเมตร แล้วนำ ลูกปลาวัยอ่อนมาปล่อย หลังจากนั้นให้เพิ่มระดับน้ำทุกวันๆละ 5 เซนติเมตร จนได้ระดับน้ำเฉลี่ย 40-45 เซนติเมตร จึงเริ่มถ่ายน้ำ 50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำทั้งหมดจนลูกปลาอายุได้ 1 เดือน
การเพิ่มระดับน้ำในระยะแรก ควรเปิดน้ำเข้าช้าๆ อย่าเปิดน้ำรุนแรง เพราะลูกปลาในช่วงระยะนี้บอบบาง และเพื่อไม่ให้มีของเสียอยู่ที่ก้นบ่อ ควรถ่ายน้ำออกโดยใช้วิธีการกรองน้ำผ่านกล่อง กล่องกรองน้ำทำด้วยโครงไม้หรือท่อพีวีซีบุด้วยผ้าโอล่อนแก้ว การถ่ายน้ำออกควรทำอย่าง ช้าๆ เพราะลูกปลาบู่วัยอ่อนสู้แรงน้ำที่ดูดออกทิ้งไม่ได้ ลูกปลาจะไปติดตามแผงผ้ากรอง ในช่วงท้ายของการอนุบาลลูกปลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ สามารถเปลี่ยนผ้ากรองให้มีขนาดตาใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย โดยให้มีความสัมพันธุ์กับขนาดลูกปลาบู่
1.3 การให้อากาศ การให้อากาศในบ่ออนุบาลสำหรับลูกปลาวัยอ่อน ในช่วงครึ่งเดือนแรกจำเป็นต้องปล่อยให้อากาศผ่านหัวทรายอย่างช้าๆ เพราะลูกปลาระยะนี้ยังไม่สามารถว่ายทวนกระแสน้ำที่เคลื่อนตามแรง อากาศมากๆได้
1.4 ชนิดอาหารและการให้อาหาร อาหารที่ใช้ในการอนุบาลลูกปลาบู่ส่วนใหญ่เป็นอาหารธรรมชาติมีชีวิต ยกเว้นระยะแรกที่ลูกปลาเพิ่งฟัก จะให้อาหารไข่ระยะต่อมาให้โรติเฟอร์และไรแดง
No comments